วันพุธ, ตุลาคม 01, 2557

ผิวอมชมพู กระจ่างใสเหมือนควายเผือก

ควายเผือกตัวนี้ที่เมืองจีน มณฑลยูนนาน
โดย มารพิณ
 คลิปเดินทาง เที่ยว http://www.youtube.com/user/feelthai

 วันนี้มาคุยกันเรื่องควายๆ กันบ้างครับ  และก้อเป็นเรื่องที่ควายจริงๆ   ไม่ได้เล่นสำนวน  ส่วนใครที่เรียกสัตว์หน้าขนชนิดนี้ว่า กระบือ เรียกอะไรผิดมนุษย์แบบนั้น  ขอเรียกว่า พวกดัดจริตครับ  ควายก็ควายครับ อย่ามามั่ว

 คงมีหลายคนไม่ทราบว่า เจ้าควายที่เราเห็นส่วนใหญ่ จะเห็นคุ้นตาเป็นพวกตัวอ้วน สีดำ สไตล์ นกเอี้ยงเลี้ยงควายเฒ่า ควายกินข้าวนกเอี้ยงหัวโต  อะไรแบบนั้น  แต่ทว่าจริงๆแล้วมีพวกควายตัวสีขาว ควายเผือกอีกเพียบเลยครับ


บน-เปรียบเทียบ สีและลักษณะควายเผือกกับควายดำจากสุโขทัย

 มาดูกันให้เห็นชัดชัดนะครับ  มีหลายคลิป ถ่ายมาจากทางเมืองจีนเ วียดนามและในไทย เรื่องควายเผือกเนี่ย   ทางภาคเหนือ ของไทยจะมีเยอะนะครับ   รวมทั้งตอนเหนือของประเทศลาวด้วย

ที่สำคัญบรรดาน้องๆ  ควายเผือกเค้าน่ารักมากครับ ลำตัวผิวพรรณจะเป็นสีขาวอมชมพู  ครีมมี่ หรือภาษาเครื่องสำอางของผู้หญิงเขาเรียกว่า  ขาวอมชมพูกระจ่างใส แลดูมีออร่าครับ


บน-ควายเผือกที่เดียนเบียนฟู เวียดนาม

ไม่ได้พูดเล่นนะ เวลาผมได้ยินคนพูดว่า  ขาวกระจ่างใสอมชมพู  ทีไรผมนึกถึงควายตัวขาวๆ  ทุกทีครับ 555 อย่ามาว่ากัน

 ภาษาไทยเราเรียก ควาย  หรือ ควย   ไทดำเรียก วาย     แต่ที่ภาษาราชการไปเรียก กระบือ นั้น ผมว่าน่าจะมาจากภาษาเขมรเพราะว่า ภาษาเขมรเรียก กระไบ  แต่ถ้าเป็นภาษามาเลย์อินโดก็จะเรียกว่า  เกอเบา   พอเป็นภาษาตากาล็อก ที่พูดกันกันในประเทศฟิลิปปินส์ก็จะเรียกว่า คาราบาว ที่กลายมาเป็นชื่อวงดนตรีแนวร็อกซานตาน่าของน้าแอ๊ด ยืนยงในไทยปัจจุบัน เพราะก่อตั้งวงในกลุ่มนักศึกษาไทยในฟิลิบปินส์

บน-ควายขาวอวบน่ารัก จากเมืองจีน ที่ยูนนาน


ตัวนี้ควายดำ ถ่ายจากจีน ภาษาจีนเรียกสุ่ยหนิว  水牛หรือ วัวน้ำ  ถ้าฝรั่งเรียก water buffalo   หรือ ควายน้ำ 





 +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ ติดตามคลิปเที่ยว ข้อมูลเดินทาง http://www.youtube.com/user/feelthai © สงวนลิขสิทธิ์ มารพิณ

คิดนอกกรอบแบบ คนนอกคอก

โดย มารพิณ
http://www.youtube.com/user/feelthai


 วันก่อนผมลงรูปราดหน้าหมี่กรอบ แต่แทนที่จะกินกับราดหน้าเหมือนทั่วไป  ก็แยกเอาเส้นหมี่ออกมาแล้วขอให้แม่ค้าเค้าใช้น้ำยากะทิ ราดลงไปซะงั้น  ชิมดูแล้วอร่อยดีครับได้ความข้นมันเผ็ดของตัวน้ำยา -และรสสัมผัสกรุบกรอบของเส้นหมี่กรอบ

มีคนว่ามาเหมือนกัน ว่ากินอะไรแบบนี้ ไม่กลัวท้องเสียหรือ  ทำไมไม่กินเหมือนคนอื่นเล่า   ผมก็ชอบแย้งว่า ถ้ากินหมี่กรอบทีนึง แล้วกินขนมจีนน้ำยา อีกที มันก็ลงไปผสมปนกันอยู่ในกระเพราะอยู่ดี  ทำไมแบบนั้นไม่ท้องเสีย  ?

นึกดูแล้ว ผมเองเป็นคนที่ชอบทำอะไรนอกกรอบ อยากรู้อยากลอง อยากเดินทาง  สมัยโบราณคนไทยชอบเรียกคนที่ทำอะไรคิดอะไรหรือสนใจอะไรไม่เหมือนคนอื่นว่า คนนอกคอก ครับ

 ครับว่านอกคอกนี้ก็น่าสนใจเหมือนกันว่าความหมายชัดชัดลึกไม่ได้อยู่ในคอก เป็นคำกระทบกระเทียบเปรียบเปรยของสังคมเกษตรกรรมที่มีการเลี้ยงวัวควาย

 จริงๆแล้วมาคิดดูอีก แง่มุมนึง ที่หลายคนอาจมองข้ามไป ก็คือ ตัวอะไรที่มันอยู่ในคอกก็คงมีแต่พวกวัวกับควาย  แถวนี้มีใครอยากเป็นบ้างล่ะ

ดังนั้น ถ้าใครที่มาด่าเราว่า "นอกคอก"  ก้อแสดงว่าคนนั้น ยังอยู่ในคอก อยู่ในกรอบ อยู่ในตารางความคิดครับ

 บางทีคนเราต้องทำอะไรที่แปลกใหม่  คิดต่างออกไป  แหกกฏไปบ้างไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างในแบบเดิม ขั้นตอนเดิม เสมอไป

 อะไรที่ทำซ้ำๆกันไปมามากครั้ง ก็จะหมดความหมายในทางปฏิบัติ เป็นเรื่องของพิธีการ พิธีกรรม ที่คนรุ่นหลัง พากันไปโดยไม่รู้ว่า ดังเดิม มีที่มา มีเจตนาดียังไง

ทำไมต้องไปสังขละฯ ทำไมไม่อยู่บ้าน ชีวิตคุณไม่คิดจะออกจากถิ่นเก่า ไม่ไปจากตำบลที่เคยอยู่เคยนอนเลยหรือ 
 จริงๆแล้วถ้าทุกคนทำกันเหมือนเดิมหมดโลกเราก็คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงสังคมของคนเราไม่มีการคิดค้นอะไร

 คำถามประจำวันนี้ก็คือคุณได้ทำอะไรที่ต่างไป  เคยทำอะไรที่ไม่เหมือนคนรอบข้าง กันบ้างหรือยัง การลองนั้นมีทั้งความสำเร็จและความล้มเหลว เรื่องนี้เป็นความเสี่ยงที่ต้องยอมรับ แต่ที่สำคัญที่สุดคือ วันนี้ ได้ลอง และได้รู้   ประสบการณ์วันนี้จะทำให้การลองคราวหน้าง่ายขึ้น 


 +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
© สงวนลิขสิทธิ์ มารพิณ

วันจันทร์, กันยายน 29, 2557

ปูทะเลบ้านอีต่อง เหมืองปิล็อค

ปูผัดผงกะหรี  ซีฟู๊ดกลางป่าลึกเมืองกาญจน์ ที่ตอนที่ทำท่าจะหาทานยากแล้ว

โดย มารพิณ

มีข่าวร้ายมาฝากครับสำหรับคนที่ชอบทานอาหารทะเล ก็ด้วยเหตุว่างานนี้ แหล่งอาหารทะเลที่เคยขึ้นชื่อของเมืองกาญจน์ว่า ที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนเหตุเพราะว่า มีทำเลที่กิน อยู่กลางป่าลึกถึงบ้านอีต่อง ตรงเมืองปิล็อกเก่าโน่น 


หน้าตาปูพม่าผัดผงกะหรี่เนื้อหวาน

เมื่อไม่กี่ปีมานี้เป็นที่เล่าขานกันจนสร้างความฮือฮาในหมู่นักเดินทางว่า. การมาเที่ยวเมืองกาญจน์ นอกจากจะมาที่เมืองปิล็อก นอนบ้านอิต่องเพื่อที่จะเดินทางขึ้นชมวิวเขาช้างเผือกแล้ว. ยังมีความแปลกใหม่ของเมนูอาหารทะเลที่หลายร้านอาหารใน หมู่บ้าน อย่างเช่น ครัวสุดแดนหรือร้านเจ๊นี ออกมาขายนักท่องเที่ยวกันเช่น ปูผัดผงกะหรี่  กุ้ง ปลา ต่างๆมากมาย 

บางคนอ่านมาถึงตอนนี้แล้วก็คงสงสัย  อยากทราบว่ากาญจนบุรีจากอาหารทะเลมาจากที่ไหนไม่ได้สั่งไปจากมหาชัยแม่กลองหรือยังไง

จะตอบตรงนี้ต้องไปดูที่แผนที่ภูมิศาสตร์ครับเพราะว่า. ชายแดนไทยกับพม่ามีภูเขาสูง กั้นพรมแดน บ้านอีต่อง เหมืองปิล็อกที่ชายแดนกาญจนบุรีในเขตอำเภอทองผาภูมิ
พอเลยเขตแดนที่กันเข้าไปนิดเดียวไม่ถึง 100 กิโลเมตร ก็จะถึงชายทะเลในเขตพม่าซึ่งตรงนั้นก็คือทะเลอันดามันและอ่าวเบงกอลในเขตของมหาสมุทรอินเดีย  ซึ่งเป็นทะเลเดียวกันที่ยาวต่อไปถึงจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต ของบ้านเรา
จุดแดงๆ  บนแผนที่คือพิกัดที่ตั้งของบ้านอีต่อง ตำบลปิล็อก สีฟ้าซ้ายมือคือผืนน้ำของทะเลอันดามัน 

ความใกล้ทะเลแบบนี้ก็เลยเป็นสาเหตุให้มีอาหารทะเลนานาชนิด ทะลัก เข้ามาที่นี่โดยเฉพาะปูทะเลขึ้นชื่อมาก จนมีขึ้นป้ายไว้เป็นคำขวัญเลยว่าปูทะเลอันดามัน


บน-คลิปปูทะเลเมียนมาร์ผัดผงกะหรี

แต่ตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไปครับ ที่ผมคุยล่าสุดกับทางร้านค้าที่อยู่ในบ้านอีต่อง เขาบอกว่าเดี๋ยวนี้ทางพม่ามีห้องเย็นและมีหลายชาติไปตั้งห้องเย็นรับซื้อสินค้าทะเลสินค้าประมงมาจากท่าเรือ โดยตรง. มาในตอนนี้ก็เลยไม่ค่อยจะมีของเรียกว่าหายาก หาทานไม่ง่ายเหมือนเมื่อก่อน ถึงแม้จะจองล่วงหน้าก็ใช่ว่าจะได้มา

พอเจอสถานการณ์แบบนี้  ตอนนี้หลายร้านก็เลยปรับเมนูอาหารทะเลออกไปหรือมีเมนูปูอยู่แต่ท่าทางจะไม่มีของ

ดังนั้นตอนนี้ถ้าเกิด ใครที่วางแผนจะ ไปเที่ยวบ้านอิต่องไปดูเหมืองปิล็อกหรือเดินทางขึ้นเขาช้างเผือก  ไม่ควรคาดหวังอะไรมากว่าจะได้ อาหารทะเลซีฟู๊ดหรือปูทะเลมาทาน

ตอนที่ผมไปโชคดีมากมีปูเข้ามาพอดีทางร้าน เจ๊ณีเค้าบอกว่าไม่ได้มาบ่อย พอดีมีคนสั่งล่วงหน้าพอดี.    ก็เลยได้ทานปู พอได้หายอยากครับ นึกว่ามาคราวนี้จะผิดหวังเสียแล้ว 

วันอาทิตย์, กันยายน 28, 2557

ความบอบช้ำของกล้องคู่ใจ

โดย มารพิณ

วันนี้พอว่างจากการเดินทาง พักอยู่ที่อำเภอสังขละบุรีมีโอกาสได้หยิบกล้องที่ใช้งานประจำขึ้นมาดู.   เห็นแล้วก็ต้องสยองใจก่อนหน้านี้ตอนต้นเดือน. เห็นแล้วว่ามันหล่น หลายครั้ง.  พอจะรู้อยู่ว่ามันเป็นรอย แต่ว่าไม่ได้ หยิบขึ้นมา ดูให้ละเอียดว่า อาการขนาดไหน

โหดโหดที่เห็นในรูปนั่นล่ะครับ ผลงานความซุ่มซ่ามของผมเอง

ที่ผ่านมาคงโชคดี ที่ไม่เป็นอะไรมาก นอกจาก จะฝาก ร่องรอย บอบช้ำ ไว้บนผิวโลหะ สีเงิน ที่ครอบตัวเลนส์

แต่วันหน้าล่ะ. บนเส้นทางการเดินทางที่สมบุกสมบัน กล้องในมือผม คงไม่โชคดีขนาดน้ี ไปได้อีกนาน ้ เพราะไอ้ สามสี่รอย ที่เห็น อย่างในภาพ ก็คือการหล่นลงฟาดพื้นอย่างจัง ถ้าเกิดเป็นอะไรขึ้นมาก็คงจะไม่มีสตางค์ซื้อใหม่ในช่วงนี้

ขอให้กล้องโชคดี  ขอให้ผมโชคดีด้วย !!